ศึกสมาร์ทโฟน VS เพลเยอร์ (Samsung GS3, Xperia Arc s VS iPod Classic 7G, Irivier S100).

เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานเหลือเกินครับ ว่าระหว่างสมาร์ทโฟนและมิวสิคเพลเยอร์ธรรมดา (ไม่ถึง DAP) อันไหนจะให้เสียงที่ดีกว่ากัน แน่นอนครับ ผมเลยจัดมาหามาทดสอบเท่าที่ผมจะมีละครับ วันนี้ เรามีผู้ท้าชิงแบ่งเป็นสองฝั่ง คือสมาร์ทโฟน และ เพลเยอร์ครับ ส่วนรูปผมจะทยอยๆลงให้ครับ เพราะตอนนี้ขี้เกียจถ่าย

1. มุมแดงสมาร์ทโฟน

Samsung Galaxy S3 (runs Jelly Bean) โทรศัพท์ประจำตัวผมครับ ตัวนี้ใช้ชิพเสียงของ Wolfson ครับ กำลังขับหลายคนบอกว่าน้อย แต่ผมว่าเฉยๆ 555555 หูฟังแถมเสียงค่อนข้างหนานุ่ม

Sony Ericsson Xperia Arc s (runs ICS) สมาร์ทโฟนที่ปลดประจำการไปแล้วของผม ถ่ายรูปสวยมาก ดีไซน์สุดยอด บางและเป็นโทรศัพท์ที่ทำให้ผมมีแฟนครับ หลายคนบอกว่าเสียงทำได้ดีพอๆกับวอล์คแมนกันเลยทีเดียว หูฟังแถมเสียงร็อคสะใจมากครับ แต่ทิ้งไปแล้ว แรม 512MB เป็นข้อจำกัดมากๆของโทรศัพท์ตัวนี้ครับ เพราะเล่นเพลงผ่าน Neutron MP แอพที่ผมใช้ทดสอบแล้วกระตุก

2. มุมน้ำเงินเพลเยอร์ทั่วไป

iPod Classic 7G (160GB ตัวบาง) ไอผอดตัวล่าสุดของผม ผมพยายามคัดไอผอดที่ดีที่สุดมาทดสอบ โดยมี nano 4,5 g และ Classic 7G จากการฟังอยู่นานผมเลือกตัวคลาสสิคครับ ไม่ใช่เพราะเสียงดีกว่า เพราะผมฟังไม่ออกหรอก แต่เลือกเพราะหลายคนบอกดีกว่า 5555555

Iriver S100 เพลเยอร์ระดับบัดเจ็ตจากแดนกิมจิ ค่อนข้างเบา การทำงานเร็วมาก ข้อเสียคือ UI หน่วงๆ เสียงออกแนวฟังสนุกคึกคัก ลงแฟลชเกมส์ได้ด้วยนะเออ

เอาละ แนะนำตัวกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาขึ้นชกแล้ว การแข่งเราจะเอาผู้เล่นในมุมเดียวกันมาแข่งกันก่อนเพื่อหาคนที่เก่งที่สุดในแต่ละมุม แล้วจึงเอาสู้กัน

ปล. สมาร์ทโฟนทั้ง S3, Arc s ผมลงแอพ Neutron MP ครับ ไม่ๆด้ใช้เพลเยอร์ของมันเองเพราะเพลงที่ผมใช้ทดสอบส่วนใหญ่เป็น ALAC แล้วเพลเยอร์แถมมันเล่นไม่ได้ – ส่วนการทดสอบกับ Iriver ผมใช้ไฟล์ wav ครับ

ทดสอบสมาร์ทโฟนจากเพลง The Way It Was – The Killers

S3 – ดีมากครับเมื่อเล่นผ่าน Neutron เสียงโดยรวมมีนำ้มีเนื้อ ไม่ได้แห้งมากมาย แต่ไม่หนานุ่มจนเกินไป คือฟังเพลงร็อคยังได้อยู่ว่างั้น เสตจโดยรวมไม่กว้างและไม่แคบ เข้ากับ MS1i ที่สุดในความคิดผม เทียบกับไก่ทอดก็คือ ไก่ทอดที่เนื้อไม่แห้งเกินไป แต่ก็ไม่ชุ่มน้ำมันจนเลี่ยน

Arc S – ทำได้ดีครับ เสียงโดยรวมบางกว่า S3 เบสเก็บตัวเร็วกว่า ฟังแล้วมันส์กว่า แต่บางครั้งจะรู้สึกว่ามันบางและเสียงอยู่ไกลหัวเกินไป โหวงๆเหวงๆ จับรายละเอียดยากกว่านิดหน่อย

S3 VS Arc S สรุป S3 ชนะไป 9 ต่อ 7

ทดสอบเพลเยอร์ด้วยเพลง Me In You – Kings Of Convenience

iPod Classic – ทำได้ดีมากครับในเรื่องรายละเอียดหยุมหยิม สังเกตได้เลยจากเสียงแก่กๆตอนช่วงสิบวินาทีแรกที่หูข้างซ้าย คือเสียงแก่กๆมันไกลจากหัวกำลังพอดี ไม่ใกล้แกนไป และเสียงเครื่องดนตรีก็ทำออกมาหวานนิดๆ ไม่แห้งมาก

Iriver S100 – ด้วยความที่เป็นเพลเยอร์สำหรับฟังเพลงร็อคนิดๆ ผมจึงเห็นว่า Iriver แพ้ไอผอดขาดแน่ถ้าใช้เพลง Me In You จึงเปลี่ยนมาใช้เพลงของ A7X ทดสอบ แต่ก็ยังแพ้อยู่ดี

iPod Classic VS Iriver S100 ชนะไปด้วย 8 ต่อ 6

ต่อไปเป็น S3 VS iPod Classic ครับ ผมเลยจัดด้วยเพลงโปรดของผมที่ฟังทุกคืนด้วยไอผอด (อ่าว? 555) จัดไปครับกับ Dead Boy’s Poem – Nightwish

จากการฟังอยู่นาน ผมขออนุญาตให้เสมอครับ คือมันคนละอารมณ์ครับ ตามนี้

S3 – ได้ความหวานของเสียงนักร้อง เสียงเครื่องดนตรีต่างๆมีรายละเอียดยิบๆยับๆเพราะสเตจไม่ได้กว้างมาก เลยสัมผัสได้ง่ายๆ

iPod – ได้ความโอ่อ่าของเวทีเสียง ช่องไฟต่างๆกำลังดี และเสียงกลองที่บางๆ (ผมชอบเป็นการส่วนตัวครับ)

ใครที่มีความเห็นต่างจากผมต้องขอโทษด้วยคร้าบบบบ ผมแค่เทียบกันตามแบบที่ผมชอบจริงๆ อิๆๆ

 

[Parody Review] รีวิว(มั่ว)มือถือ Smartphone แห่งปี 2010 “Nokia 1280”

ปี 2010 เป็นปีที่มีคนสนใจสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก OS ที่เติบโตได้ดีที่สุด(ในสายตาของผม)คืน้องกระปู๋เขียว เอ๊ยย กระป๋องเขียวหรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Android นั่นเอง โดยมือถือแอนดรอยด์ที่มีคนสนใจมากก็จะมีอยู่ไม่กี่แบรนด์(ไม่นับแท็บแล็ตนะครับ) ก็คือ HTC, Samsung, LG (กากส์) และล่าสุดในช่วงปลายปีพอดี Nokia ที่เคยออกมายืนยันว่าจะไม่ทำมือถือสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช้ OS อื่นนอกจาก Symbian นั้น ก็ทนไม่ไหว เพราะในยุคแบบนี้ไม่มีใครเค้าใช้ Symbian กันแล้วค้าบพี่น้องค้าบ ทำให้ Nokia จนมุมต้องออกมาประกาศข่าวในเดือนพฤศจิกายนว่าจะออก Android Smartphone ออกมาในเดือนธันวาคม ด้วยรหัส 1280

โดยทาง washable และ Analgadget ได้ออกมาเอาภาพหลุดเจ้า Nokia 1280 นี่ออกมาแล้ว หน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ

ส่วนสเป็กก็มีคร่าวๆดังนี้ครับ

– Android™ 2.7 (TongYod) หรือเจ้าทองหยอดนี่เอง โดยรุ่นนี้มีความสามารถเพิ่งจาก 2.6 (Lug Chup, ลูกชุบ) คือมี Dead Wallpaper

– จอ Super AMOLED ความละเอียด 480 X 800

– CPU Cortex A8 ความเร็ว 1.2 GHz

– ROM/RAM 512/512

– GPU ยังไม่ระบุแน่ชัด

– Sensor มี G-Sensor, Digital compass, Ambient light sensor, Proximity sensor

– Bluetooth 2.2 (FroYo) [เฮ้ย ไม่เกี่ยว]

– กล้อง 14 MP พร้อม LED Flash

– บันทึกวีดีโอ ระดับ 1080p ได้

– Unrechargeable Lithium-ion battery 1400000000000000.875 mAh (ความจุประมาณแบตเตอรี่รถยนต์ครับ โดยเมื่อหมดแล้วไม่สามารถชาร์จได้ แต่ให้ไปซื้อใหม่ตามร้านขายอะไหล่รถยนต์เอานะครับ)

– หน้าจอทัชสกรีนแบบ Untouchable ครับ โดย Nokia อยากให้การทัชหน้าจอนั้นแม่นยำกว่าเจ้าอื่นๆ เลยใช้ Untouchable Screen ครับ โดยแม่นยำกว่ามากเมื่อเทียบกับ Capacitive เพราะเป็นปุ่มจริง

– สามารถบูท OS ได้สองระบบคือ Android และ Symbian (เหมือน Boot Camp ของ OS X นั่นแหละ)

โดนรุ่นนี้ Analgadget คาดว่าจะเปิดตัวด้วยราคาประมาณ 17,xxx บาทครับ

ซึ่งผมในฐานะบล็อกเกอร์พิเศษ ทาง Nokia จึงให้ผมเอาเจ้า 1280 นี้มารีวิวก่อนใครเพื่อนเลยครับ เรามาดูความพิเศษของเจ้า 1280 กันดีกว่าครับ

1. LED Flashlight หรือไฟฉาย LED นั่นเอง โดยเจ้าตัวนี้สามารถใช้เป็นแฟลชในการถ่ายรูปได้ด้วย

2. กล้อง

กล้องของโนเกีย 1280 นั้นมีความพิเศษคือเป็นกล้องแบบรูรีๆครับ โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ทั้งกล้องและลำโพงรวมกันครับ ทำให้ประหยัดเนื้อที่บนตัวเครื่องขึ้นมากครับ โดยเจ้าขีดๆนั้น Nokia ออกมาการันตีเองว่าไม่มีผลต่อภาพถ่ายครับ :)

นี่คือตัวอย่างรูปถ่ายจาก 1280 นะครับ โดยเจ้านี่มีเอกลักษณ์ด้านกล้องสูงกว่า N8 เรื่องนึงคือ กล้องสามารถปรับค่า f/stop ได้ จากรูปนี้ผมปรับเป็น f/1.8 นะครับ

ส่วนอื่นๆก็เหมือน Android Smartphone ทั่วไปครับ คงไม่ต้องรีวิวหรอกเนอะ สำหรับวันนี้ก็จบแล้วครับสำหรับรีวิวมั่ว Nokia 1280 หวังว่าทุกคนจะไม่กระทืบผมนะ อะฮริส์ๆ