ศึกสมาร์ทโฟน VS เพลเยอร์ (Samsung GS3, Xperia Arc s VS iPod Classic 7G, Irivier S100).

เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานเหลือเกินครับ ว่าระหว่างสมาร์ทโฟนและมิวสิคเพลเยอร์ธรรมดา (ไม่ถึง DAP) อันไหนจะให้เสียงที่ดีกว่ากัน แน่นอนครับ ผมเลยจัดมาหามาทดสอบเท่าที่ผมจะมีละครับ วันนี้ เรามีผู้ท้าชิงแบ่งเป็นสองฝั่ง คือสมาร์ทโฟน และ เพลเยอร์ครับ ส่วนรูปผมจะทยอยๆลงให้ครับ เพราะตอนนี้ขี้เกียจถ่าย

1. มุมแดงสมาร์ทโฟน

Samsung Galaxy S3 (runs Jelly Bean) โทรศัพท์ประจำตัวผมครับ ตัวนี้ใช้ชิพเสียงของ Wolfson ครับ กำลังขับหลายคนบอกว่าน้อย แต่ผมว่าเฉยๆ 555555 หูฟังแถมเสียงค่อนข้างหนานุ่ม

Sony Ericsson Xperia Arc s (runs ICS) สมาร์ทโฟนที่ปลดประจำการไปแล้วของผม ถ่ายรูปสวยมาก ดีไซน์สุดยอด บางและเป็นโทรศัพท์ที่ทำให้ผมมีแฟนครับ หลายคนบอกว่าเสียงทำได้ดีพอๆกับวอล์คแมนกันเลยทีเดียว หูฟังแถมเสียงร็อคสะใจมากครับ แต่ทิ้งไปแล้ว แรม 512MB เป็นข้อจำกัดมากๆของโทรศัพท์ตัวนี้ครับ เพราะเล่นเพลงผ่าน Neutron MP แอพที่ผมใช้ทดสอบแล้วกระตุก

2. มุมน้ำเงินเพลเยอร์ทั่วไป

iPod Classic 7G (160GB ตัวบาง) ไอผอดตัวล่าสุดของผม ผมพยายามคัดไอผอดที่ดีที่สุดมาทดสอบ โดยมี nano 4,5 g และ Classic 7G จากการฟังอยู่นานผมเลือกตัวคลาสสิคครับ ไม่ใช่เพราะเสียงดีกว่า เพราะผมฟังไม่ออกหรอก แต่เลือกเพราะหลายคนบอกดีกว่า 5555555

Iriver S100 เพลเยอร์ระดับบัดเจ็ตจากแดนกิมจิ ค่อนข้างเบา การทำงานเร็วมาก ข้อเสียคือ UI หน่วงๆ เสียงออกแนวฟังสนุกคึกคัก ลงแฟลชเกมส์ได้ด้วยนะเออ

เอาละ แนะนำตัวกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาขึ้นชกแล้ว การแข่งเราจะเอาผู้เล่นในมุมเดียวกันมาแข่งกันก่อนเพื่อหาคนที่เก่งที่สุดในแต่ละมุม แล้วจึงเอาสู้กัน

ปล. สมาร์ทโฟนทั้ง S3, Arc s ผมลงแอพ Neutron MP ครับ ไม่ๆด้ใช้เพลเยอร์ของมันเองเพราะเพลงที่ผมใช้ทดสอบส่วนใหญ่เป็น ALAC แล้วเพลเยอร์แถมมันเล่นไม่ได้ – ส่วนการทดสอบกับ Iriver ผมใช้ไฟล์ wav ครับ

ทดสอบสมาร์ทโฟนจากเพลง The Way It Was – The Killers

S3 – ดีมากครับเมื่อเล่นผ่าน Neutron เสียงโดยรวมมีนำ้มีเนื้อ ไม่ได้แห้งมากมาย แต่ไม่หนานุ่มจนเกินไป คือฟังเพลงร็อคยังได้อยู่ว่างั้น เสตจโดยรวมไม่กว้างและไม่แคบ เข้ากับ MS1i ที่สุดในความคิดผม เทียบกับไก่ทอดก็คือ ไก่ทอดที่เนื้อไม่แห้งเกินไป แต่ก็ไม่ชุ่มน้ำมันจนเลี่ยน

Arc S – ทำได้ดีครับ เสียงโดยรวมบางกว่า S3 เบสเก็บตัวเร็วกว่า ฟังแล้วมันส์กว่า แต่บางครั้งจะรู้สึกว่ามันบางและเสียงอยู่ไกลหัวเกินไป โหวงๆเหวงๆ จับรายละเอียดยากกว่านิดหน่อย

S3 VS Arc S สรุป S3 ชนะไป 9 ต่อ 7

ทดสอบเพลเยอร์ด้วยเพลง Me In You – Kings Of Convenience

iPod Classic – ทำได้ดีมากครับในเรื่องรายละเอียดหยุมหยิม สังเกตได้เลยจากเสียงแก่กๆตอนช่วงสิบวินาทีแรกที่หูข้างซ้าย คือเสียงแก่กๆมันไกลจากหัวกำลังพอดี ไม่ใกล้แกนไป และเสียงเครื่องดนตรีก็ทำออกมาหวานนิดๆ ไม่แห้งมาก

Iriver S100 – ด้วยความที่เป็นเพลเยอร์สำหรับฟังเพลงร็อคนิดๆ ผมจึงเห็นว่า Iriver แพ้ไอผอดขาดแน่ถ้าใช้เพลง Me In You จึงเปลี่ยนมาใช้เพลงของ A7X ทดสอบ แต่ก็ยังแพ้อยู่ดี

iPod Classic VS Iriver S100 ชนะไปด้วย 8 ต่อ 6

ต่อไปเป็น S3 VS iPod Classic ครับ ผมเลยจัดด้วยเพลงโปรดของผมที่ฟังทุกคืนด้วยไอผอด (อ่าว? 555) จัดไปครับกับ Dead Boy’s Poem – Nightwish

จากการฟังอยู่นาน ผมขออนุญาตให้เสมอครับ คือมันคนละอารมณ์ครับ ตามนี้

S3 – ได้ความหวานของเสียงนักร้อง เสียงเครื่องดนตรีต่างๆมีรายละเอียดยิบๆยับๆเพราะสเตจไม่ได้กว้างมาก เลยสัมผัสได้ง่ายๆ

iPod – ได้ความโอ่อ่าของเวทีเสียง ช่องไฟต่างๆกำลังดี และเสียงกลองที่บางๆ (ผมชอบเป็นการส่วนตัวครับ)

ใครที่มีความเห็นต่างจากผมต้องขอโทษด้วยคร้าบบบบ ผมแค่เทียบกันตามแบบที่ผมชอบจริงๆ อิๆๆ

 

Review: NuForce Icon Mobile (a good affordable DAC-AMP for 2012)

****ต้องขอโทษเรื่องการรีวิวด้วยครับ ผมดันทำกล่องและไม้แคะหูหล่นหายไปเสียแล้ว เลยไม่มีภาพกล่องให้ดูนะครับ

สืบเนื่องจากหูฟังตัวปัจจุบันที่เหลือเพียงตัวเดียวของผม Alessandro MS1i เพื่อนยาก ให้ซาวด์ที่ฟังแล้วค่อนข้างสดและจัดไปนิดในบางอารมณ์ของผม


MS1i เพื่อนยากที่ผมเอาน้ำยาล้างเล็บลบตัวอักษรบนเบ้าของมันจนหมด



เคยเป็นไหม บางครั้งฟังหูฟังแล้วรู้สึกเสียงมันสว่างไปนิด บางครั้งก็รู้สึกมันเฉยๆ ด้วยความที่ผมคิดว่ามันสว่างไปนั่นแหละครับ ทำให้ผมสนใจ DAC-AMP ขนาดพกพาตัวนี้

NuForce เป็นแบรนด์อเมริกันครับแต่ made in china ซะส่วนใหญ่ครับ แบรนด์นี้ขายพวกอุปกรณ์ Hi-Fi ทั้งหลายและเคลมว่าตัวเองไฮเอนด์ (ทุกแบรนด์ก็ทำ)

NuForce ขายแต่ของ Hi-End อย่าง ปรีแอมป์ อินทิเกรเต็ดแอมป์ DAC สายสัญญาณ

NuForce ยังขายอุปกรณ์พกพาสำหรับพวกเราชาวหูฟังมากมาย ตั้งแต่หูฟัง ถึง portable DAC-AMP เลยละครับ ช่วงหลังๆเริ่มนอกตอกไปผลิตลำโพงพกพาเพื่อกัดกับ X-mini ด้วยมั้ง

รู้สึกว่าแอบมีความ 3000 กับ OPPO ด้วยครับ ใครสนใจ NuForce เชิญเว็บของทางผู้ผลิตครับ http://www.nuforce.com

ต่อกัน อย่างที่บอกไปครับ หูฟัง MS1i ของผมมันสว่างไปนิดนึงในบางอารมณ์ ผมจึงอยากได้แอมป์ที่ให้เสียงเนื้อหนาๆหน่อยมาลดความสว่างครับ ได้ค้นเว็บเฮียมั่นและจ๊ะเอ๋กับเจ้า NuForce Icon Mobile ตัวนี้

สาย stock ที่แถมมามีทั้ง M2M, USB – Mini USB ถักตัวนำสีเงินเป็นเกลียวๆในฉนวนเดียว แต่ตัวนำไม่น่าจะเป็นเงิน เพราะสายเงินสองเส้นยาวขนาดนี้ราคาคงเกินแอมป์ไป 2 เท่า 55555

กันแต่ในขณะเดียวกันผมก็อยากได้แอมป์ O2 อันเลื่องชื่อของ NwAvGuy ซึ่งให้เสียงสดคมชัด ผมอยากได้ O2 มากกว่าเพราะมันดูตัวใหญ่ รับประทานพลังงานจากแบตก้อนใหญ่กว่า น่าจะทำอะไรได้ดีกว่า

จึงตัดสินใจไปร้านมั่นคงพันทิปประตูน้ำเพื่อซื้อ O2 แต่ก็ดันได้ NuForce กับมาครับ เพราะของหมดนั่นเอง! ผ่างๆ

เอ้อลืมชี้แจง เจ้า O2 ราคา 5xxx บาทครับส่วน NuForce Icon Mobile (ต่อไปขอย่อว่า NIM) ราคา 4xxx ครับ

NIM เป็น DAC-AMP ใช้ชิปที่รองรับแค่ 16 bit ของ C-Media ครับ ไม่ใช่ Wolfson หรือ Sabre ล่ะครับ แต่อย่าได้ดูถูกมันเพราะชิปและขนาดตัวมันเชียวนะครับ มีช่องต่อหูฟังสองช่อง สำหรับแบ่งภรรยาท่านละครับ 55555555

16bit เป็นขนาดมาตรฐานของ CD ละครับ เพราะฉะนั้นใครจะเอามาเล่น 24bit หรือชื่อเล่นที่ยาวกว่าชื่อจริงๆมากว่า Studio Master นี่บอกได้คำเดียวครับ ท่านพลาดแล้ว NIM มันทำไม่ได้ครับ มันทำได้แค่ 16bit! 5555

การเปิดปิดก็ง่ายมากละครับ ถ้ามีการเสียบมากกว่าสองรูในช่อง Mini input กับ phone output มันจะเปิดครับ ถ้าต่อกับคอมมันก็จะเปิดด้วย แต่เวลาชาร์จมันจะแค่ชาร์จไฟละครับ

ไฟบนสุด แสดงสถานะการทำงานของเครื่อง ไฟดวงที่สองแสดงสถานะ USB ไฟดวงที่สามแสดงการทำงานผ่าน M2M และไฟดวงสุดท้ายแสดงสถานะการชาร์จ

ในกล่องมี

1.สาย USB – mini USB และ M2M ครับ ถักด้วยตัวนำแบบแปลกๆสีเงินๆ แต่ผมเดาว่าไม่ใช่สีเงินแน่นอนแหละ

2.ตัว DAC-AMP ครับ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ตัวใครตัวมันละ

3.ของแสลงของคนไทย ศัตรูคู่ชาติมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเห็บล่ะครับ คู่มือการใช้งานนั่นเอง ผ่างๆ

4.ทาง NuForce กลัวท่านจะเกิดอาการคันหู จึงได้แถมไม้แคะหูให้ละครับ เจ้าไม่แคะหูนี่สามารถเอาไปปรับ gain ของแอมป์ได้ด้วยนะเออ

5.สายรัดถุงแกง เอ้ย สายรัดแอมป์กับเพลยเยอร์ครับ 5555

เริ่มต้นมันจะไม่มีแบตอยู่เลยครับ วิธีชาร์จคือเสียบกับคอมผ่านสาย USB ที่แถมมาหรือเอาสายที่แถมมาเส้นนั้นนั่นแหละ เสียบกับที่ชาร์จโทสับที่เป็นหัว USB เวลาชาร์จครั้งแรกผมชาร์จไป 4 ชม. วงจรชาร์จก็ตัดไฟออกละครับ

หน้าตาเจ้าแอมป์นี่ดูดีทีเดียว ไฟบอกสถานะไม่ค่อยสว่างมากแต่ก็พอมองเห็น ขนาด กxย พอๆกับกล่องบุหรี่ครับ บางน้อยกว่า iPod Classic (ตัวบาง)อยู่ซักนิด

การทดสอบฟังผมขอแบ่งเป็นสองส่วนครับ คือให้มันเป็น DAC-AMP (ต่อจากคอมใช้ USB ที่แถมมา) กับ AMP (ต่อกับไอผอด, ใช้สาย M2M ที่แถมมา)ครับ ทั้งสองรูปแบบการฟัง ผมปรับที่ Low Gain นะครับเพราะหูฟังผมไม่ได้โอห์มสูงมากมาย

ภาค DAC ต่อจาก iMac ผ่าน USB ที่แถมมา

1. ภาค AMP อย่างเดียว เท่าที่ผมลองฟังด้วยเพลงของวง Epica จากอัลบั้ม We Will Take You With Us ผ่าน iPod Classic ตัวบาง แค่เพลงแรก Facade of Reality ตอนท่อนแรกที่มีพวกเสียงเครื่องสายขึ้นบอกได้คำเดียวครับว่าเสียงกลางมันหนาขึ้นทันตา

เสียงกลางไม่พุ่งพล่านมากพูดได้ว่าเป็นกลางที่หนาและสงบเสงี่ยมเจียมตัวครับ สากเสี้ยนลดลงเยอะมากครับ ที่สำคัญคือแบ็คกราวนด์ค่อนข้างเงียบ สเตจแคบลงนิดนึงมาติดกับหูมากขึ้น ข้อดีคือได้รายละเอียดเพิ่มนิดนึงครับ

อาจจะร็อคไม่มันส์เหมือนแต่ก่อนแน่นอนครับ แต่ได้เนื้อเสียงที่ดูอิ่มมีพลังเพิ่มขึ้นมาครับ เบสก็ชัดขึ้น มวลก้อนใหญ่ขึ้น แต่ไม่กระชับมากครับ อันนี้ทำให้ฟังตอนรัวกระเดื่องไม่ค่อยมันส์มาก แต่ถ้าเป็นเพลงร้อง ถือว่ายกระดับให้ MS1i พอควรครับ

ผมต่อด้วยอัลบั้ม Come Away With Me ของ Norah Jones เสียงที่แหบๆนิดของเธอดูมีน้ำนวมขึ้นมา เสียงเปียโนดีดตัวลอยและไม่แห้ง เสียงหนาๆจาก NIM ทำให้นักร้องอเมริกันหน้าตาดูมีเชื้อสายเรดอินเดียนคนนี้ดูตัวอ้วนหน้าอกใหญ่ขึ้นละครับ 55555555

2. ภาค DAC-AMP ใช้ไฟล์เดียวกันกับชุดใน iPod เล่นบน iMac ปี 2007 ผ่าน iTunes ไม่มีปลั๊กอินอะไรทั้งสิ้น เสียงที่ได้คือ.. หนาและมืดครับ 5555 ผมว่ามันหนากว่าต่อผ่าน M2M อีกนะครับ และแบ็คกราวด์เงียบมากกก มืดสนิท เหมือน noise จะลดลงครับ นอกจากนี้ก็เหมือนๆกับต่อ iPod ตรงๆ แต่มิติจะนิ่งกว่าและ noise น้อยกว่า ครับ

MS1i ที่โดนลบตัวอักษรออกด้วยนำ้ยาล้างเล็บ พลาสติกด้านนอกกรอบเพราะโดนกัด แต่ไม่ร่อนออกมา ยอมรับเลยพลาสติกกราโด้เค้าแหล่มจริง

สำหรับรีวิววันนี้ก็คงต้องจบแค่นี้ละครับ เอ้อ แบตอยู่ได้ 6-7 ชม. นะครับ สำหรับวันนี้ขอลาล่ะครับบบบบ

Review: Yuin PK2

ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบไปนั่งเล่นร้านหูฟังที่มีพนักงานใจดี๊ใจดีใจกลางสยาม, ดิจิตอลเกตเวย์ แน่นอน ร้านนั้นคือร้านมั่นคงแก็ดเก็ท(เจ็ท)นั่นเองงงงง

โดยร้านนี้เป็นร้านขายหูฟังที่ผมว่าดังและมีครบเครื่องมากเป็นอับดับต้นๆในประเทศไทยแห่งนี้แล้วละครับ มีสาขาถึง 4-5 สาขาโดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่พันธ์ทิพย์งามวงวาน สาขาที่ใหญ่ที่สุดและมีหูฟังเทพๆแอมป์เทพๆสายเทพๆของเทพๆใหลองมากที่สุดคือสาขาพันธ์ทิพย์ประตูนำ้ และสาขาที่เล็กที่สุด พนักงานแน่นร้นที่สุด ลูกค้ามุงเต็มร้่านที่สุดก็ไม่ใช่สาขาไหนละครับ สาขาดิจิม่อนเกตเวย์นั่นเอง!

รายละเอียดสำหรับร้านหูฟังมั่นคงแก็ดเจ็ทเชิญอ่านกันเอาเองครับตามลิงค์นี้ครับ munkonggadget.com  ผมใบ้ให้นิดนึงละกันว่าเฮียใหญ่ที่เป็นเจ้าของร้านมั่นคงแห่งนี้ชื่อเฮียมั่นคงครับ ก๊ากๆ

สำหรับตอนนี้ร้านนี้เค้ามีการโปรโมทตัวเองขนานใหญ่ ให้คนรู้จักสินค้าต่างๆมากขึ้นด้วยการทำคลิปรีวิวหูฟัง,แอมป์,ของเล่นต่างๆ ที่ไม่มีโป๊แต่อย่างใด และมีแฟนเพจเฟซบุ๊คด้วยนะเอ้า!

จบๆ ถึงเวลาเข้าเรื่องละ ผมเองก็สนิทกับพนักงานที่ร้านนี้พอสมควร โดยเฉพาะพี่แพะ ผู้จัดการใหญ่นั่นเอง โดยพี่เค้าเป็นเซียนล่ะครับ ผมเองก็ไปคุยๆกวนๆพี่ๆเค้าบ่อยๆ อยู่มาวันหนึ่ง(เสาร์ที่แล้ว)ผมได้ถามพี่แพะว่า เซียนๆอย่างท่านเล่นหูฟังอะไร? พี่แพะรีบตอบทันควัน แล้วเอ็งรู้ไปแล้วจะได้อะไรละวะ 5555555555(พี่เค้าตอบแบบนี้จริงๆนะครับ) แล้วค่อยตอบว่า มี MS1 ดั้งเดิม 325i รุ่นทองๆ Ps500 และสาย Nordost สวรรค์ฟ้ารำไรๆหรือ Blue Heaven อันโด่งดังนั่นเอง (บลูเฮเวิ่นครับ อ่่านเฮเว่นมันดูกาก) เท่าที่ผมฟังๆที่พี่แพะยกตัวอย่างหูฟังของพี่แพะมา ผมพอจะสรุปได้สามข้อหลักๆดังนี้ครับ 1. มีแต่ค่ายกราโด้ (Grado) 2. เสียงของหูฟังค่ายกราโด้เหมาะกับเพลงแนวร็อคๆครับ ซึ่งหูแนวร็อคจะต้องมีคุณลักษณะคือเบสชัด ไม่ใหญ่มากก็พอไหว เสียงแหลมไปได้ไกล อนุโลมให้บาดหูนิดๆได้ และเวทีเสียงไม่ควรกว้างเกินไป จะทำให้อิมเมจวงดนตรีดูไม่สมจริง และข้อสรุปผมเป็นจริงซะด้วย เพราะพี่แพะแกร็อคมาก 3. มีแต่หูฟูลไซส์ นี่พี่แพะแม่งกะจะเอาไว้ฟังในบ้านอย่างเดียวรึไงวะ

และด้วยข้อสามนี่แหละครับ ทำให้ผมถามพี่แพะว่า พี่แพะไม่มีหูฟังไว้พกพาบ้างหรอ พี่แพะก็บอกว่า มีสิวะ นี่ไง!!!

ทันใดนั้นพี่แพะก็ควักกล่องเหล็กทรงรีๆลายอัลตร้าแมนแจ็คขนาดพอๆกับกีวี่ขัดรองเท้าออกมา (อ่านอุลตร้าแมนมันเมนสตรีมเกินไป) นี่แหละ Headphone Vault ที่แข็งแกร่งและทนทานมาก หลายคนเริ่มสงสัยละครับว่าอุลตร้าแมนแจ็คมันตัวไหน ใช่ตัวที่มีเขาควายรึป่าว แล้วเปลี่ยนสีตัวได้มั้ย คำตอบคือไม่ได้ครับ นั่นมันทีก้ากับไดน่า เจ้าแจ็คคือตัวที่ใช้กำไลแปลงร่าง มีผู้หญิงและผู้ชายรวมร่างกัน ตอนหลังเหลือแค่ผู้ชายคนเดียว (จำชื่อร่างมนุษย์ของเจ้าแจ็คไม่ได้แล้วจริงๆครับ) ปล. เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมเพิ่งดูจัมโบ้เอมา คิดถึงรถแปลงร่างได้ชะมัด

และพี่แพะก็ให้ผมยืมเจ้ากล่องเหล็กนี่กลับบ้านให้ไปเปิดดูเอาเองที่บ้าน ผลปรากฏดังนี้ครับ..

หลังจากเปิดกล่องอุลตร้าแมนออกมาแล้ว ผมก็สะดุดตากับหูฟังเอียร์บัดหน้าตาละม้ายคล้ายของแถมดังรูปครับ

ประวัติแบรนด์ Yuin ผมขอเอ่ยคร่าวๆ เป็นแบรนด์จีนที่ผลิตในจีน ค้นคว้าวิจัยในจีน โดยวิศวกรของจีน แต่ออกแบบเสียงมาให้เป็น worldwide ครับ โดย yuin แปลว่า “เสียงจากฟ้า” หรือเสียงสวรรค์นั่นเองจ้า เสียงและดีไซน์ของค่ายนี้ถูก regard ว่าเป็นเสียงที่ใกล้เคียงกับหูฟัง USA Made หรือ Grado (AE เกรโด้ BE กราโด้) ละครับ โดยเสียงของทั้งสองค่ายนี้จะเหมือนๆกันคือเสียงกลางบางเล็กน้อย เบสไม่ใหญ่มากแต่มีหัวโน๊ต และปลายแแหลมไปได้ไกลจนสุดขอบฟ้า และสเตจที่ทำได้พอดีๆ ทำให้เหมาะกับเพลงร็อคนั่นเอง โดยหากแบรนด์ Grado เป็นฝั่งอเมริกาที่เน้นทำหูฟังฟูลไซส์ (มี on-ear และ in-ear แล้วแต่ยังคงทุ่มเทพัฒนาฟูลไซส์อยู่) เจ้า Yuin คงเป็นแบรนด์ฝั่งจีนที่มุ่งมั่นพัฒนา Earphones ละครับ (earbuds และ in-ear) ซึ่งในประเทศไทย Yuin ที่นิยมใช้กันจะเป็นตระกูล earbuds หรือ PK ละครับ โดยจำแนกรุ่นตามราคาจากน้อยไปมากดังนี้

PK3 เน้นเบสที่ใหญ่กว่าใครเพื่อน รายละเอียดหยุมหยิม สเตจทำได้เกือบกว้าง ราคาพันต้นๆ

PK2 เบสน้อยกว่า PK3 แต่มีรายละเอียดดีกว่ามากและสเตจทำได้โอ่อ่าและไม่กว้างเกินไป จึงเป็นหูฟังชาวร็อค ตัวนี้เป็นตัวที่เราจะมารีวิวกันครับ ราคาสองพันมีทอน

PK1 ตัวท็อป เหนือสุดๆทั้งรายละเอียดและสเตจ ราคาและความต้านทานก็สูงมาก ปาไปเลย 100 โอห์มอีกนั่น ทำให้ต้องพึ่งแอมป์ ราคาสูงอยู่ 42xx

แนะนำพอแล้ว ต่อไปเป็นการรายงานเจ้า PK2 กันล่ะ

Anatomy

หน้าตาเจ้า PK2 เป็นแบบหูฟังแถมเลยครับ มาพร้อมหูฟังเจาะรู by พี่แพะ คือกระป๋องมากๆ ดูท่าทางไม่ทนด้วย แต่เห็นแบบนี้และ Made in China ผมขอบอกเลยนะว่าเจ้านี่พี่แพะใช้ไป 4 ปีแล้วยังไม่มีการเสียเลย สายยังไม่ขาดและตัวหนังสือยังไม่ลอก ไม่รู้ว่าขอมันทนหรือพี่แพะใช้ระวังเนี่ย จ๊ากๆๆ เจ้าตัวที่ผมได้มานี่เป็นสายเก่าครับ คือเป็นรุ่นแรกๆเลย เสียงเบสจะน้อยกว่าสายแบบใหม่นิดนึงมั้งถ้าผมจำไม่ผิด ส่วนดูยังไงว่าอันไหนใหม่อันไหนเก่า อันนี้บอกไม่ได้จริงๆครับ เพราะผมก็ไม่รู้ 5555555 เจ้านี่เป็น earbuds ครับ หมายความว่าเสียงลอดเข้าลอดออกได้นั่นแหละ เท่าที่ลองๆดู ฟังข้างถนนตายสนิทครับ ฐานเบสไม่มีเหลือเลย กลางแหลมได้ยินน้อยมาก เหมาะสำหรับฟังอยู่บ้าน, ที่ทำงานครับ ส่วนห้องเรียนไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำเจ้านี่ไป


We experience music, not anatomy and finish.

แนวคิดข้างบนทำให้มีคนซื้อ Grado และ Yuin ครับ เพราะถึงหน้าตาจะเห่ยยังไง เสียงมันก็ดีนี่นา ว่าแต่เจ้านี่เสียงเป็นยังไงล่ะ? ไม่รอช้าครับ ผมรีบจับยัดรูไอผอดคลาสสิคสุดหวง แว่บแรกที่ได้ยินผมรู้สึกว่ามันแสบหูนิดๆครับ คือเสียงมันบางและแหลมกว่า MS1i ของผมซะอีก และเบสจาก PK2 ชัดมากก ไม่มีอาการครางและไม่บวมด้วย ระยะการเก็บตัวเร็วกว่า PK2 ปกตินิดนึง เสียงหนังกลองได้ยินชัดมากครับ การฟังกลองรัวๆของไมค์ พอร์ตนอย ชัดๆนี่เป็นอะไรที่มันส์สุดๆครับ เป็นเพราะอานิสงค์การเบิร์นจากพี่แพะแหงๆ 5555 สังเกตจากแทร็คแรกที่ผมฟังค้างไว้ Welcome to the Family ของ A7X อัลบั้มนี้ผม rip จากแผ่นครับ แผ่นนี้บิทเรทไม่สูงมากครับ 2xx kbps ด้วยซำ้ แต่เอาเหอะ เพลงเค้าเทพจริง 55555 เสียงกีตาร์ค่อนข้างเปิดโล่ง สเตจทำได้ดี เสียงร้องของ M. Shadows แหบและได้อารมณ์กำลังดีเลยครับ ต่อด้วยแทร็ค Danger Line แทร็คโปรดของผม ตอนก่อนจะจบท่อนร้อง มีช่วงนึงที่เสียงดนตรีเงียบไปเหลือแต่เสียงร้อง PK2 สามารถแสดงเสียงอันทรงพลังที่สื่ออารมณ์เศร้าบนแบ็คกราวด์ที่นิ่งสงัดได้อย่างดีเยี่ยม “Never meant to live this world alone” ผมสัมผัสได้ถึงการสั่นของเส้นเสียงที่เกือบจะเป็นไดนามิคได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่แผ่นนี้บิทเรทต่ำไปหน่อย จึงทำได้แค่ซึมซับ “อารมณ์” แต่ไปไม่ถึง “รายละเอียด” ผมฟังต่อจนจบแผ่น ก็ไม่มีอะไรให้โม้แล้วครับ เอ้อ แทร็ค So Far Away ตอนที่กลองเสียงคล้ายแต๊กตีอยู่ไกลๆ เจ้านี่แสดงเสตจกลองแต๊กนั้นได้กว้างอย่างไม่หน้าเชื่อ พูดถึงเพลงนี้แล้วก็เศร้า แต่ก็เอาเถอะ R.I.P. The Rev (ขอโทษด้วยผมลืมถ่ายหน้าจอตอนเล่นเพลง A7X)

ต่อด้วย Dream Theater ครับ ผมชอบประเมินความสามารถของหูฟังพวกนี้ผ่านเพลงโปรเกรสซีฟเมทัลโดยเฉพาะ DT อัลบั้มเก่าๆ ไลน์กลองของไมค์ พอร์ตนอยธรรมดาซะที่ไหน โดยเฉพาะเพลง Prophets of Wars ครับ เพลงนี้เริ่มด้วยคีย์บอร์ด ซินธิไซเซอร์ ตามด้วยอะไรไม่รู้วุ่นวายไปหมด ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดความสับสนลง เชื่อไหมว่าเจ้า PK2 เกือบรับความวุ่นวายจากแทร็คนี้ไม่ได้ ผมติดตามเสียงบางเสียงจากแทร็คนี้แทบไม่ได้เลย ครื่องดนตรีตีกันมั่วไปหมด ถ้าเครื่องดนตรีเยอะชิ้นผมว่ายังไม่ผ่านนะ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีแล้วในระดับราคานี้เพราะ MS1i ของผมก็ไม่ค่อยไหวเหมือนกันกับแทร็คนี้ อาจจะเป็นเพราะเสียงร้องของวง DT ไม่เด่นเท่าเสียงนักร้องหญิงวง epica ที่พี่แพะชื่นชอบก็ได้ 55555

ต่อมาตามด้วยแทร็คระดับ .wav ซึ่งผมจำได้ว่าพี่แพะชอบ The Islander ของ Nightwish ผมจึงไปหา .flac แบบคอนเสิร์ตมาทดสอบ ข้อดีคือเราจะได้ทดสอบเสตจกันไปเลยว่าทำได้ดีขนาดไหน ผลการรับฟังถือว่าทำได้ค่อนข้างดีครับ แต่รายละเอียดน่าจะมีเยอะกว่านี้นิดนึงจะดีมาก ต่อด้วย Make Me Wanna Die แบบ Live in London ของ The Pretty Reckless ครับ นักร้องวงนี้สวยจริงๆผมยอมรับเลย เสียงร้องทรงพลังของเธอก็เจ๋งสุดๆ ตอนฟังผมรู้สึกถึงการแยกชิ้นดนตรีที่สุดยอดเลยครับ รู้เลยว่ากลองนั้นอยู่ตำแหน่งไหน การตีฉิ่งฉับฉาบ เสียงเล็กๆก็แทบจะได้ยิน และเสียงเล่นแป้กของกีตาร์ก็ทำได้ดีครับ แต่ตอนที่นักดนตรีชายมาช่วยร้องด้วยนี่เพราะสุดๆ ตามมาด้วยอีกแทร็ค Hit Me Like a Man ของวงเดิม ตอนแรกที่มีเสียงกีตาร์ดีดขึ้นมา ผมรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเลยครับ ต่อมาด้วยเสียงฉาบและ hihat ที่รู้สึกได้ถึงการกระทบกันของ hihat และการเอาไม้กลองตีเบาๆที่ฉาบตามด้วยตีแรงๆแบบต่อเนื่อง จบแล้วครับสำหรับชุดนี้

ต่อด้วยเพลงประจำร้านมั่นคง ร้านหูฟังใจดีของเรานั่นเอ๊งง มีแผ่นอัลบั้มนี้แจกให้ไปเบิร์นหูฟังด้วยครับเพราะไฟล์เพลงเป็นระดับ 16bit กันเลยทีเดียว คุณภาพเสียงสุดยอดมาก คุณภาพเพลงก็ถือว่าพอฟังได้ถ้าไอผอดของคุณไม่มีอะไรให้ฟังแล้วจริงๆ จ๊ากๆ ผมล้อเล่นนะพี่บรรณใบชาsong โอ้ว ลืมโม้ อัลบั้มมั่นคงมั่นใจที่ทำมาสเตอร์ในระดับ 24bit และไฟล์เพลงที่แจกมาเป็น 16 บิตนั่นเอง ขอตินิดนึงว่าเจ้า PK2 ไม่เหมาะกับอันนี้เท่าไหร่เพราะเสียงมันแหลมไป 555555555 ขอผ่านนะครับ

ผลการรับฟังตามสภาพแวดล้อม

เพราะหูรุ่นนี้เป็น earbuds ที่เสียงลอดเข้าออกได้ จึงต้องมีการเปรียบเทียบดังนี้ครับ

ห้องนอน, ห้องฟัง (มีเสียงแอร์เบาๆนิดเดียว) = 100%

ห้องนั่งเล่นที่ป๊าม๊าเปิดดูละครทีวี = 75% เสียงเบสเริ่มหายบางส่วน เสียงเหมือนจะแหลมขึ้น รายละเอียดปลายแหลมลดลง

บนรถยนต์ หรือตาม BTS, MRT = 50% เบสเลือนราง ได้ยินเฉพาะหัวโน๊ตดังตึกๆ ไม่มี deep เบสเหลือแล้ว ปลายแหลมด้วนเรียบร้อย

ข้างถนน, ในห้องเรียน = 20% อย่าฟังเลยคุณเอ้ย ได้ยินเฉพาะเสียงร้อง

ลานจอดเครื่องบิน = หา earplug ไม่ก็เอา PK2 ไป remold เป็น CIEM กันดีกว่า เอิ้กๆ

Artnoi’s Ultimate Reference System (เวอร์ ของเล่นกากๆของผมเองครับ)

-The thin 160GB iPod classic

-Alessandro Music Series 1i by Grado Labs

-Unidentified 15 year-old Panasonic earbuds with donut-shaped foam pair. (อันที่ไม่ได้เสียบกับไอผอด)

(สายสัญญาณ USB 2.0 -> mini USB สีเงินๆที่ผมได้รับมาทดสอบครับ ไว้จะเล่าให้ฟังอีกที ใบ้แค่ว่าเสียงดีมาก กำลังเบิร์นอยู่)

ขยายผล

เล่าให้ฟังนิดครับ เจ้าหู Panasonic นั้นเป็นองแม่ผมที่ใช้มาก่อนผมเกิดครับ สุ้มเสียงเปลี่ยนไปตามฟองน้ำได้พอสมควร คือถ้าไม่ใส่เสียงจะแหลมมากกก ถ้าใส่ฟองน้ำจะขุ่นมาก ขุ่นกว่าตระกูล beats อีก ดังนั้นจึงต้องทำฟองนำ้เจาะรูครับ เป็นเอียร์บัดที่ผมคุ้นเคยที่สุด ฟังมาสามสี่ปีแล้ว เสียงทำได้ดีถูกใจผมมากกว่า PK2 เพราะมันไม่แหลมเกินไป

ส่วน MS1i เป็นตัวที่ผมใช้ฟังอยู่กับบ้านครับ เสียงกลางบางเล็กน้อยติดหวานนิดๆแต่ไม่มากเท่า MS1 ดั้งเดิม เบสมากกว่า MS1 ดั้งเดิมไม่มี i นิดนึง สเตจทำได้พอๆกัน และแฟลตกว่า MS1 ครับ เพราะเจ้า MS1 มันติดหวานเกิน

ส่วนสายนี่เป็นสายปีศาจราคาเหยียบหมื่นอยู่ครับ ตัวนำเป็นเงินพันทองแดงปลอดออกซิเจน (แต่มองไม่เห็นทองแดงเลยเจอแต่เงิน) ตรงปลายฝั่งใกล้ๆ mini USB มีวงจรตัดสัญญานรบกวนด้วย ทำให้มิติของสายนี้นิ่งมาก แต่่ยังไม่คงที่เท่าที่ควรอาจเป็นเพราะยังไม่ได้เบิร์น ปล. ผมยังหาประโยชน์จากสาย USB -> mini USB ไม่ได้เลยครับนอกจากต่อจากเครื่องเล่นที่ไม่ใช่ฟร็อนต์เอนด์หรือจากคอมมาเข้าตัวแปลง mini -> USB แล้วเอาเข้า DAC ลำโพงบ้าน -*-

สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ ผมเขียนเอนทรี่นี้มาชั่วโมงครึ่ละ เจอกันเอนทรี่หน้าครับ – อาร์ทน้อย


[YouTube] เครื่องสำเร็จความใคร่อัตโนมัติ

บล็อกนี้มาจากเพื่อนผมครับ เค้าส่งลิงค์ YouTube มาให้ผ่าน Facebook Chat ดังนี้ครับ

ตอนนั้นผมก็ไม่เชื่อหรอกนะครับว่ามันจะเป็นเรื่องพวกนี้ ยังไงก็ตาม ไปดูเจ้าเครื่องที่ว่ากันเถอะครับ (รับรองครับ ไม่โป๊แน่นอน พิสูจน์จาก views ใน YouTube กว่าหนึ่งล้านวิว)

[บล็อกไร้สาระ โปรดข้าม] ใบรับสมัครเข้า #ArtnoiClan แคลนของคนรุ่นใหม่

เกริ่นนำ

เนื่องด้วยมีกระแสอาร์ทน้อยทางบวก(และลบ) ทำให้มีบุคคลจาก twitter มากมาย ออกมาแสดงตนเป็นสาวกอาร์ทน้อย โดยแสดงออกจากการสร้าง I am Artnoi แฟนเพจบนเฟซบุ๊ค และ @iamartnoi บน twitter มากมาย จนมีกลุ่มเกรียนอยู่สองสามคน ตกลงกันว่า “จะสร้าง artnoi clan ดีไหม?” โดยกติกาก็คล้ายๆ #petdoclan คือให้ @iamartnoi กดฟอลโลวก็นับเป็น artnoi clan ทันที โดยตอนนี้ คนที่เข้าข่ายจะอาร์ทน้อยจริงๆก็มีแต่ @HolyKungz กับ @petdo ซึ่งมันน้อยไป ต้องการคนเพิ่ม (คิดซะว่าอย่างน้อยก็ได้ follower เพิ่มล่ะน่า) โดยก่อนจะเป็น #ArtnoiClan เราต้องรู้จักความหมายของคำว่า “อาร์ทน้อย” ซะก่อน

อาร์ทน้อยแปลว่าอะไร?

อาร์ทน้อย (อ๊าด-น้อย) [N. Adj. Adv] แปลว่า: ถ้าเพ็ดโด้แปลว่า “เฮรี่ย” อาร์ทน้อยก็แปลว่า “เกรียน” ครับ

อาร์ทน้อยใช้ยังไง?

ใช้ด่าคนอื่นเวลาทำอะไรเกรียนๆ งี่เง่าๆ ม่อสาว เพ็ดโด้ๆ กากๆ นู๊บๆ หรืออะไรที่เข้าข่ายพวกนี้

Why Artnoi?

เพราะตอนนี้มีคนไม่กี่คนที่ทำตัวเกรียนได้ขนาดนี้ (ไม่นับลุงมอด) จึงกลายเป็นไอดอลของคนใน TL ในชั่วพริบตา

อยากอาร์ทน้อยมั่ง ทำไง?

มึงก็ทำตัวเกรียนๆสิครับ

แล้วถ้าอยากเข้า #ArtnoiClan ล่ะ?

ง่ายมากครับ ทำตามนี้ได้เข้าแน่

1. ทำตัวเกรียนๆ

2. ม่อสาวไปเรื่อยๆ

3. เป็นเกย์

แล้วแบบฟอร์มอะไรของมึงล่ะ? ชื่อเอนทรี่แต่ไม่มาซักที

อ๋อ แบบฟอร์มก็ง่ายๆครับ ตามด้านล่างนี้

1. ชื่ออะไร

2. ชอบเพศอะไร *******

3. ผมสั้นขนาดไหน

4. เล่นมุก “ใครถาม” บ่อยขนาดไหน

5. มีบอทรึป่าว (ไม่มีข้ามไปข้อ 7)

6. บอทชื่ออะไร

7. คุยกับอาร์ทน้อยบ่อยขนาดไหน

8. #petdo ฟอลโลวรึป่าว *******


************************************ข้อ 2 กับข้อ 8 นี่ซีเรียสมากนะครับ ************************************

เขียนแบบฟอร์มแล้วมาฝากไว้ที่คอมเมนท์ของเอนทรี่นี้ไม่ก็ไปโพสต์ใน I am Artnoi แฟนเพจบนเฟซบุ๊ค เป็นอันจบครับ

ไว้อาลัย Facebook เก่า..

เนื่องด้วยเมื่อวันก่อน (3/3/11) ผมได้อัพโหลดรูปจรู๋วส์เด็กลง FB ของผม และผมก็แท็กเพื่อนๆที่สนิทกะเอาฮา และแน่นอนว่าหนึ่งในคนที่ผมแท็กไปคือ @tannce (คนที่กวนตรีนที่สุดในเจ็ดโลก) ซึ่งเมื่อผมแท็กเค้าเข้าไป มันกลับ report รูปผมเป็น Pornographic (หรือเกี่ยวกับภาพเปลือย? เพราะเห็นศัพท์มีคำว่า porn อยู่) ทำให้ทาง admin ของ fb เข้ามาดู และได้ลบโปรไฟล์ผม (หรือชื่อว่า Artnoi Petdo ที่ Facebook.com/artnoi) ทิ้งไป ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ผมตื่นมาดูก็เข้า fb ไม่ได้ ตอนแรกก็ตกใจคิดว่าพาสเวิร์ดผิด แต่พอนานๆไปมันขึ้นมาว่า Account Disabled ก็เลยคิดว่าเพื่อนที่เป็นคู่อริมา report สแปม แต่เมื่อบ่นๆในทวิตเตอร์ @tannce ก็ออกมาสารภาพว่า “ตูเป็นคน report เอง อะฮิๆ”  ตามนี้ครับ ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะ ก็อยากลบ FB ทิ้งอยู่แล้ว (เพราะเพื่อนเยอะไปแล้วก็พ่อๆแม่ๆเพื่อนในโรงเรียนก็เยอะ ไม่ชอบติดต่อผู้ปกครองซักเท่าไหร่) ซึ่งผมก็นั่งทบทวนอยู่นานว่าจะสมัครใหม่ดีมั๊ย ก็เบื่อๆ FB อยู่แล้ว แต่เพราะว่าผมต้อการที่จะไม่ให้ใครนินทาผมใน fb เลยต้องสมัครใหม่ และเผื่อพวกเพื่อนๆแจกชีทกัน (กด share ดีๆไม่ได้ ต้องกด tag รูปอย่างเดียว) ก็กลัวจะไม่ได้ เลยต้องกลับมาเล่น fb อีกครั้ง

และนอกจากนี้ @tannce ยังได้นำเรื่องนี้ไปเขียนในบล็อกด้วยครับ เขียนว่า

“สืบจากเมื่อวาน @Artnoi มันลงรูปจู๋ว์เด็กลงใน Facebook อันเก่าของมัน [คลิก (ถ้าเข้าได้นะ)] แล้วแท็กคนหลายๆ คน [แน่นอน รวมผมด้วย] เลยอยากแกล้งมัน ก็เลยไป Report รูป แล้วเลือกว่าเป็น Pornographic  มาวันนี้ Profile เก่ามันโดนปิดเรียบร้อย [รู้สึกผิดน่ะเนี่ย (หรอ)] และนี่คือ Profile ใหม่ของมัน アートノイ 愚かな (อัญเชิญสแปมครับ)”

บทความต้นฉบับจาก @tannce ไปเปิดดูได้ที่ http://tc.in.th/2011/03/rip-old-facebook-artnoi/ ครับ

โดยนี่คือ Facebook ใหม่ผมครับ: Facebook.com/ArtnoiPetdo

[Parody Review] รีวิว(มั่ว)มือถือ Smartphone แห่งปี 2010 “Nokia 1280”

ปี 2010 เป็นปีที่มีคนสนใจสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก OS ที่เติบโตได้ดีที่สุด(ในสายตาของผม)คืน้องกระปู๋เขียว เอ๊ยย กระป๋องเขียวหรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Android นั่นเอง โดยมือถือแอนดรอยด์ที่มีคนสนใจมากก็จะมีอยู่ไม่กี่แบรนด์(ไม่นับแท็บแล็ตนะครับ) ก็คือ HTC, Samsung, LG (กากส์) และล่าสุดในช่วงปลายปีพอดี Nokia ที่เคยออกมายืนยันว่าจะไม่ทำมือถือสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช้ OS อื่นนอกจาก Symbian นั้น ก็ทนไม่ไหว เพราะในยุคแบบนี้ไม่มีใครเค้าใช้ Symbian กันแล้วค้าบพี่น้องค้าบ ทำให้ Nokia จนมุมต้องออกมาประกาศข่าวในเดือนพฤศจิกายนว่าจะออก Android Smartphone ออกมาในเดือนธันวาคม ด้วยรหัส 1280

โดยทาง washable และ Analgadget ได้ออกมาเอาภาพหลุดเจ้า Nokia 1280 นี่ออกมาแล้ว หน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ

ส่วนสเป็กก็มีคร่าวๆดังนี้ครับ

– Android™ 2.7 (TongYod) หรือเจ้าทองหยอดนี่เอง โดยรุ่นนี้มีความสามารถเพิ่งจาก 2.6 (Lug Chup, ลูกชุบ) คือมี Dead Wallpaper

– จอ Super AMOLED ความละเอียด 480 X 800

– CPU Cortex A8 ความเร็ว 1.2 GHz

– ROM/RAM 512/512

– GPU ยังไม่ระบุแน่ชัด

– Sensor มี G-Sensor, Digital compass, Ambient light sensor, Proximity sensor

– Bluetooth 2.2 (FroYo) [เฮ้ย ไม่เกี่ยว]

– กล้อง 14 MP พร้อม LED Flash

– บันทึกวีดีโอ ระดับ 1080p ได้

– Unrechargeable Lithium-ion battery 1400000000000000.875 mAh (ความจุประมาณแบตเตอรี่รถยนต์ครับ โดยเมื่อหมดแล้วไม่สามารถชาร์จได้ แต่ให้ไปซื้อใหม่ตามร้านขายอะไหล่รถยนต์เอานะครับ)

– หน้าจอทัชสกรีนแบบ Untouchable ครับ โดย Nokia อยากให้การทัชหน้าจอนั้นแม่นยำกว่าเจ้าอื่นๆ เลยใช้ Untouchable Screen ครับ โดยแม่นยำกว่ามากเมื่อเทียบกับ Capacitive เพราะเป็นปุ่มจริง

– สามารถบูท OS ได้สองระบบคือ Android และ Symbian (เหมือน Boot Camp ของ OS X นั่นแหละ)

โดนรุ่นนี้ Analgadget คาดว่าจะเปิดตัวด้วยราคาประมาณ 17,xxx บาทครับ

ซึ่งผมในฐานะบล็อกเกอร์พิเศษ ทาง Nokia จึงให้ผมเอาเจ้า 1280 นี้มารีวิวก่อนใครเพื่อนเลยครับ เรามาดูความพิเศษของเจ้า 1280 กันดีกว่าครับ

1. LED Flashlight หรือไฟฉาย LED นั่นเอง โดยเจ้าตัวนี้สามารถใช้เป็นแฟลชในการถ่ายรูปได้ด้วย

2. กล้อง

กล้องของโนเกีย 1280 นั้นมีความพิเศษคือเป็นกล้องแบบรูรีๆครับ โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ทั้งกล้องและลำโพงรวมกันครับ ทำให้ประหยัดเนื้อที่บนตัวเครื่องขึ้นมากครับ โดยเจ้าขีดๆนั้น Nokia ออกมาการันตีเองว่าไม่มีผลต่อภาพถ่ายครับ :)

นี่คือตัวอย่างรูปถ่ายจาก 1280 นะครับ โดยเจ้านี่มีเอกลักษณ์ด้านกล้องสูงกว่า N8 เรื่องนึงคือ กล้องสามารถปรับค่า f/stop ได้ จากรูปนี้ผมปรับเป็น f/1.8 นะครับ

ส่วนอื่นๆก็เหมือน Android Smartphone ทั่วไปครับ คงไม่ต้องรีวิวหรอกเนอะ สำหรับวันนี้ก็จบแล้วครับสำหรับรีวิวมั่ว Nokia 1280 หวังว่าทุกคนจะไม่กระทืบผมนะ อะฮริส์ๆ